กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี คปก.ค้าน ยิ่งลักษณ์ เดินหน้ากองทุนพัฒนาบทบาทสตรี

รัฐบาล ยิ่งลักษณ์เดินหน้ากองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไทย วางงบประมาณไว้ 7.7 ล้านบาท ด้านคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ค้านขอให้รัฐบาลนำนโยบายเรื่องกองทุนพัฒนาสตรีตราเป็นพระราชบัญญัติ
หลังจากที่ น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร ได้แถลงนโยบายของรัฐบาลภายใต้พรรคเพื่อไทย ต่อรัฐสภา ไปในวันที่ 23 สิงหาคม 2554 โดยมีการระบุถึงการตั้ง กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไทย เพื่อปกป้องสิทธิสตรี ปรับปรุงกฎหมายที่คุ้มครองสตรีที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว การดึงศักยภาพสตรีให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ รวมถึงจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาบทบาทสตรีไทยให้เท่าทันในโลกยุคใหม่ และมีการวางเงินงบประมาณไว้ถึง 7.7 พันล้านบาท โดยจะมอบให้จังหวัดละ 100 ล้านบาท
ต่อ มาในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีก็ได้เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงนโยบายและแนวทางการดำเนิน งานของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไว้ว่า รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะส่งเสริมพลังสตรีให้เป็นพลังที่เข้มแข็งและยั่งยืน ในทุกมิติ และจะมุ่งยกระดับให้เกิดความเท่าเทียมกัน ซึ่งไม่ใช่เพื่อให้เกิดการแข็งขันระหว่างหญิงชายแต่เพื่อให้เป็นสิ่งที่เติม เต็มซึ่งกันและกันในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต โดยโครงการนี้จะเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ย เพื่อเสริมรายได้ พัฒนาศักยภาพสตรี รวมไปถึงการเฝ้าระวังปัญหาสตรี การช่วยเหลือเยียวยา โดยคาดว่างบประมาณจะสามารถลงถึงจังหวัดและชุมชนได้ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2555
ทั้งนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ได้ลงนามหนังสือเสนอแนะคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เรื่อง ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ด้วยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ส่งถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดย มีเนื้อหาว่า การดำเนินนโยบายใด ๆ ของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณจำนวนมากถึง 7,700 ล้านบาท ควรตราเป็นพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ไม่สมควรกำหนดเป็นเพียงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันเห็นว่าที่มาของเงินที่ตั้งเป็นกองทุนส่วนหนึ่งจะมาจากการกู้ยืม เป็นการเพิ่มภาระหนี้สินให้ประเทศและประชาชนอย่างไม่จำเป็น เพราะขณะนี้มีช่องทางขององค์กรและสถาบันการเงินจำนวนมากที่สามารถจัดให้ ผู้หญิงที่มีความยากลำบากในพื้นที่ต่าง ๆ ได้กู้ยืมเงินอยู่หลายช่องทาง และ เห็นอีกว่ากระบวนการจัดการกองทุนนี้ก็ไม่มีความชัดเจน มีช่องว่างให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับสตรีเฉพาะกลุ่มที่จดทะเบียนเป็นสมาชิกกอง ทุนเท่านั้น
นอกจากนั้นทาง คปก.ยังได้เสนอแนะให้รัฐบาลดำเนินการเรื่อง กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไทยไว้ 3 ข้อ ได้แก่
1.ให้ มีนโยบายและมาตรการในการเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิงอย่างมีประสิทธิภาพและ ยั่งยืน การจัดการกองทุนดังที่ปรากฏในร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีไม่ได้เป็นการ เสริมสร้างพลังให้กับผู้หญิงอย่างแท้จริง
2.รัฐบาล จะต้องเร่งตรากฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคระหว่างเพศ ซึ่งครอบคลุมทุกมิติของการเสริมสร้างพลังให้กับผู้หญิง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม และการเมือง ให้เร็วขึ้นมากกว่าที่ได้แถลงนโยบายด้านนิติบัญญัติว่าจะดำเนินการตรากฎหมาย นี้ภายในปี 2557
3.รัฐบาล ต้องดำเนินนโยบายและมาตรการเพื่อประกันว่าผู้หญิงจะได้รับความเป็นธรรมทาง สังคม โดยกำหนดมาตรการทางกฎหมายและมาตรการอื่น ๆ ในทุกระดับ
หลังจากที่ น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร ได้แถลงนโยบายของรัฐบาลภายใต้พรรคเพื่อไทย ต่อรัฐสภา ไปในวันที่ 23 สิงหาคม 2554 โดยมีการระบุถึงการตั้ง กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไทย เพื่อปกป้องสิทธิสตรี ปรับปรุงกฎหมายที่คุ้มครองสตรีที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว การดึงศักยภาพสตรีให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ รวมถึงจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาบทบาทสตรีไทยให้เท่าทันในโลกยุคใหม่ และมีการวางเงินงบประมาณไว้ถึง 7.7 พันล้านบาท โดยจะมอบให้จังหวัดละ 100 ล้านบาท
ต่อ มาในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีก็ได้เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงนโยบายและแนวทางการดำเนิน งานของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไว้ว่า รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะส่งเสริมพลังสตรีให้เป็นพลังที่เข้มแข็งและยั่งยืน ในทุกมิติ และจะมุ่งยกระดับให้เกิดความเท่าเทียมกัน ซึ่งไม่ใช่เพื่อให้เกิดการแข็งขันระหว่างหญิงชายแต่เพื่อให้เป็นสิ่งที่เติม เต็มซึ่งกันและกันในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต โดยโครงการนี้จะเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ย เพื่อเสริมรายได้ พัฒนาศักยภาพสตรี รวมไปถึงการเฝ้าระวังปัญหาสตรี การช่วยเหลือเยียวยา โดยคาดว่างบประมาณจะสามารถลงถึงจังหวัดและชุมชนได้ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2555
ทั้งนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ได้ลงนามหนังสือเสนอแนะคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เรื่อง ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ด้วยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ส่งถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดย มีเนื้อหาว่า การดำเนินนโยบายใด ๆ ของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณจำนวนมากถึง 7,700 ล้านบาท ควรตราเป็นพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ไม่สมควรกำหนดเป็นเพียงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันเห็นว่าที่มาของเงินที่ตั้งเป็นกองทุนส่วนหนึ่งจะมาจากการกู้ยืม เป็นการเพิ่มภาระหนี้สินให้ประเทศและประชาชนอย่างไม่จำเป็น เพราะขณะนี้มีช่องทางขององค์กรและสถาบันการเงินจำนวนมากที่สามารถจัดให้ ผู้หญิงที่มีความยากลำบากในพื้นที่ต่าง ๆ ได้กู้ยืมเงินอยู่หลายช่องทาง และ เห็นอีกว่ากระบวนการจัดการกองทุนนี้ก็ไม่มีความชัดเจน มีช่องว่างให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับสตรีเฉพาะกลุ่มที่จดทะเบียนเป็นสมาชิกกอง ทุนเท่านั้น
นอกจากนั้นทาง คปก.ยังได้เสนอแนะให้รัฐบาลดำเนินการเรื่อง กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไทยไว้ 3 ข้อ ได้แก่
1.ให้ มีนโยบายและมาตรการในการเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิงอย่างมีประสิทธิภาพและ ยั่งยืน การจัดการกองทุนดังที่ปรากฏในร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีไม่ได้เป็นการ เสริมสร้างพลังให้กับผู้หญิงอย่างแท้จริง
2.รัฐบาล จะต้องเร่งตรากฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคระหว่างเพศ ซึ่งครอบคลุมทุกมิติของการเสริมสร้างพลังให้กับผู้หญิง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม และการเมือง ให้เร็วขึ้นมากกว่าที่ได้แถลงนโยบายด้านนิติบัญญัติว่าจะดำเนินการตรากฎหมาย นี้ภายในปี 2557
3.รัฐบาล ต้องดำเนินนโยบายและมาตรการเพื่อประกันว่าผู้หญิงจะได้รับความเป็นธรรมทาง สังคม โดยกำหนดมาตรการทางกฎหมายและมาตรการอื่น ๆ ในทุกระดับ
-ข่าวโดย

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ครอบครัวข่าว 3




















